จับแก๊งลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ สกัดโควิด-19 พบคนมีสีเอี่ยวพรึ่บ

จับแก๊งลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ สกัดโควิด-19 พบคนมีสีเอี่ยวพรึ่บ

วันนี้ (8/1/2564) ตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย เข้าจับกุมขบวนการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติเข้ามาในพื้นที่เสี่ยง ในพื้นที่ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย หลังคนขับรถพยายามกลับรถหลบหนี ระหว่างเจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นพบนายทองใบ และนายทา คนไทย เป็นคนขับรถตู้ พร้อมแรงงานชาวเวียดนามรวม 12 คน ตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำผิดฐานหลบหนีเข้าเมือง 2 คน และ 6 คนอยู่เกินกำหนดในราชอาณาจักร

สอบสวนนายทองใบ และนายทา ให้การรับสารภาพว่า มีเอเย่นต์ชาวเวียดนามว่าจ้างให้นำรถตู้ไปรับแรงงานชาวเวียดนามในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี มาส่งที่จังหวัดหนองคาย เพื่อลักลอบหาข้ามกลับไปยังสปป.ลาว โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินคนละ 8,000 บาท หากทำได้สำเร็จ ซึ่งก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาให้ความช่วยเหลือซ่อนเร้นแรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฐานเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวออกนอกพื้นที่ตามข้อกำหนด ก่อนที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะนำส่งผู้ต้องหาให้ สภ.เมืองหนองคาย รับไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ยังขยายผลไปจับกุมตัวการในการขนแรงงานชาวเวียดนามดังกล่าว โดยสามารถตามไปจับกุมตัวนายใหม่ ว่าน อายุ 34 ปี ได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย จากการสืบสวนทราบว่านายใหม่ เป็นเอเย่นในการติดต่อให้คนขับรถตู้ ตระเวนรับแรงงานชาวเวียดนามตามสถานที่นัดหมาย ให้พาไปส่งที่ชายแดนจังหวัดหนองคาย เพื่อลักลอบขาออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปยังสปป.ลาว

อีกคดีตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าสกัดจากกลุ่มรถตู้คันหนึ่ง หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบนำแรงงานชาวเมียนมาข้ามจังหวัดโดยผิดกฎหมาย โดยตำรวจสามารถจับกุมรถตู้คันดังกล่าวได้ บริเวณสามแยกนครปฐม ตำบลลำพยา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยพบมีนายชาญชัย ซึ่งเป็นคนไทยเป็นคนขับรถตู้ ส่วนภายในรถมีชาวเมียนมา 13 คน ตรวจสอบแล้วทั้งหมดมีหนังสือเดินทางเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย

จากการสอบสวน นายชาญชัย รับว่า นายตัน เนียง วิน อายุ 33 ปี ชาวเมียนมา หนึ่งในผู้โดยสารที่มากับรถคันดังกล่าว เป็นผู้ว่าจ้างให้พาคนในรถทั้งหมด เดินทางจากจังหวัดสระบุรี เพื่อไปส่งที่แยกเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เบื้องต้นชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดไปไว้บริเวณสนามกีฬาแห่งหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณะเข้าตรวจสอบโรค ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

ขอบคุณภาพจาก ch3plus.com

>>Lazada มอบดีลช๊อปสุดพิเศษ สนใจคลิก<<